Posted on

เห็ดหลินจือรักษาโรคได้จริงหรือ??

เห็ดหลินจือรักษาโรคได้จริงหรือ??

เห็ดหลินจือมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคได้จริงหรือ?

สมยศ กิตติมั่นคง พ.บ. สํานักโรคติดต่อนําโดยแมลง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

Continue reading เห็ดหลินจือรักษาโรคได้จริงหรือ??

Posted on

เห็ดหลินจือปลอดภัยต่อสุขภาพจริงหรือ??

เห็ดหลินจือปลอดภัยต่อสุขภาพจริงหรือ??

เห็ดหลินจือ จัดเป็นราชาแห่งสมุนไพรจีนที่มีการใช้มานานกว่า 4,000 ปี ทั้งในประเทศจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน

Continue reading เห็ดหลินจือปลอดภัยต่อสุขภาพจริงหรือ??

Posted on

เห็ดหลินจือแดง

เห็ดหลินจือแดง  สรรพคุณยอดสมุนไพรจากแผ่นดินจีน ยาอายุวัฒนะที่คนรักสุขภาพไม่ควรพลาด เทรนด์การดูแลสุขภาพในปัจจุบัน ถือว่ามาแรงมากๆ และการใช้สมุนไพร ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนรักสุขภาพ ที่สรรหาสมุนไพรดีๆมาเพื่อบำรุงร่างกาย 

หนึ่งในสมุนไพรจีนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยารักษาโรคชั้นเลิศนั่นก็คือ “เห็ดหลินจือแดง” โดยสรรพคุณของเห็ดหลินจือได้รับการบอกต่อกันมาเนิ่นนานว่า ช่วยบำรุงร่างกาย เสริมภูมิต้านทาน ต้านอักเสบ ต่อสู้โรคมะเร็ง จึงได้รับฉายาว่า “ยาอายุวัฒนะ” วันนี้ชวนมารู้จักสมุนไพรจีนเปี่ยมคุณค่าชนิดนี้กัน ว่าทำไมถึงคนส่วนใหญ่ ถึงรู้จักและเลือกใช้เห็ดหลินจือเพื่อบำรุงดูแลร่างกาย 

เห็ดหลินจือ คืออะไร

เห็ดหลินจือ มีชื่อสามัญว่า Lingzhi mushroom, Reishi mushroom มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ganoderma lucidum เป็นยาจีนชั้นสูง ที่ใช้กันมานานกว่า หลายพันปี ได้รับการบันทึกสรรพคุณไว้ในตำรา “เสินหนงเปิ่นฉ่าวจิง” ว่าเป็น “เทพเจ้าแห่งชีวิต” เพราะมีพลังมหัศจรรย์ในการบำรุงร่างกาย เห็ดหลินจือจึงมีชื่อเรียกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หลิงจือ เห็ดหมื่นปี เห็ดจวักงู เห็ดอมตะ เห็ดศักดิ์สิทธิ์ เห็ดนางกวัก และยังถูกเรียกว่าราชาสมุนไพร เนื่องจากสรรพคุณทางยาในการบำรุงร่างกาย ขับพิษ ป้องกันและรักษาโรคที่ดีเลิศกว่าสมุนไพรชนิดอื่น เห็ดหลินจือเป็นเห็ดที่สามารถพบได้ทั้งในธรรมชาติ และในปัจจุบันมีการเพาะเห็ดหลินจือ เพื่อออกมาจำหน่ายกันมากขึ้น 

สายพันธ์เห็ดหลินจือ มีดังนี้ ส่วนใหญ่เห็ดหลินจือจะเรียกชื่อตามสีที่พบ อย่างเห็ดหลินจือแดงจะมีสีแดง และเป็นเห็ดหลินจือที่ถูกนำมาใช้มากที่สุด 

เห็ดหลินจือ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีนและมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่นิยมนำมาบริโภคเพื่อบำรุงร่างกายและรักษาโรคมากที่สุดก็คือ เห็ดหลินจือแดง (Ganoderma lucidum) เนื่องจากมีสารที่เป็นประโยชน์มากที่สุด

การเพาะเห็ดหลินจือ https://thai-reishi.com/การเพาะเห็ดหลินจือ/

เห็ดหลินจือแดง

เห็ดหลินจือม่วง

 

เห็ดหลินจือเขียว

 

เห็ดหลินจือดำ

 

เห็ดหลินจือเหลือง

 

เห็ดหลินจือขาว

จะเห็นว่า เห็ดหลินจือนั้นมีหลายสายพันธุ์มากๆ แต่ที่นิยมจริงก็มีสายพันธุ์เห็ดหลินจือแดงนั่นเอง


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของดอกเห็ดหลินจือ

ผิวด้านบน
เรียบมันคล้ายไม้ที่ลงน้ำยาชักเงา (Laccate) มีร่องเป็นลอนโค้งมน (Sulcate) สีน้ำตาลเข้มหรือสีเหลือง ขนาด 30 – 150 มิลลิเมตร หนา 30 -50 มิลลิเมตร เนื้อเห็ดเหนียวและแข็ง

ดอกเห็ดเป็นรูปไตหรือรูปครึ่งวงกลม กว้าง 3-4 เซนติเมตร ยาว 8-20 เซนติเมตร หนา 1-3 เซนติเมตร ดอกอ่อนมีขอบสีขาว ถัดเข้าไปมีสีเหลืองอ่อน กลางดอกมีสีน้ำตาลหรือน้ำตาลแดง ผิวเป็นมันคล้ายทาด้วยแลคเกอร์ มีริ้วหรือหยักเป็นคลื่น ขอบหมวกงุ้มลงเล็กน้อยและหนา ด้านล่างเป็นรูกลมเล็ก ๆ เชื่อมติดกัน

เห็ดหลินจือมีก้านสั้นหรืออาจไม่มีก้าน ถ้ามีก้านมักมีสีน้ำตาลเข้มหรือน้ำตาลดำ ยาว 2-10 เซนติเมตร อยู่เยื้องไปข้างใดข้างหนึ่งหรือติดขอบหมวก ทำให้ดอกมีรูปร่างคล้ายไต ผิวก้านเป็นเงา เนื้อในเห็ดมีสีน้ำตาลอ่อน

สปอร์เห็ดหลินจือ เป็นตัวช่วยในการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ถูกสร้างออกมาจากผนังของรูที่อยู่ใต้หมวกเห็ด ลักษณะเป็นรูปวงรีสีน้ำตาล ปลายด้านหนึ่งตัดตรง ผิวเรียบ มีผนังหนาสองชั้น ระหว่างผนังมีลายหนามยอดเรียวไปจรดผนังชั้นนอก เมื่อสืบพันธุ์ สปอร์จะหลุดออกจากรูใต้หมวกแล้วปลิวไปเกาะบนผิวดอก ทำให้เรามองเห็นดอกเห็ดเป็นมันเงาสีน้ำตาลคล้ายฝุ่นเกาะ เมื่อสปอร์กระจายออกไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมจึงจะเจริญเติบโตเป็นเห็ดดอกใหม่

ลักษณะสปอร์เห็ดหลินจือ

 

“ดอกเห็ดหลินจือแดง” เท่านั้นที่ปลอดภัยและให้คุณค่าอย่างเต็มที่ในการบำรุงร่างกาย ทำให้เกิดความนิยมใช้ในลักษณะแพทย์ทางเลือกหรือสมุนไพรเพื่อปรับสมดุลร่างกายให้ทำงานได้ปกติตาม

กลไกธรรมชาติ และเสริมความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย รวมถึงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ที่เกิดขึ้นตามวัย แต่ถึงกระนั้นก็มีผู้ผลิตอาหารเสริมหลายรายพยายามหาคุณค่าจากส่วนอื่นๆของเห็ดหลินจือแดงเพื่อเป็นจุดขาย ซึ่งพิสูจน์แล้วว่า ไม่ได้ให้ผลลัพธ์เทียบเท่า “ดอกเห็ดหลินจือแดง”  เช่น

สปอร์เห็ดหลินจือ (Reishi Spore)
คือการนำสปอร์เห็ดหลินจือแดงมาสกัดเอาน้ำมันข้างในเป็นส่วนผสมและยังไม่มีผลการศึกษาว่ามีประสิทธิภาพที่ดีกว่าการสกัดเห็ดหลินจือแดงทั่วไปหรือไม่ อย่างไร จากการศึกษาที่ผ่านมา น้ำมันจากสปอร์เห็ดหลินจือแดงมักจะมีการทำปฏิกิริยากับอากาศทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในลักษณะของกรดไขมันและเป็นอันตรายต่อเซลล์ร่างกาย ในขณะที่เรารู้ว่าสารสกัดจากเห็ดมีประสิทธิภาพในการต่อต้านเซลล์มะเร็ง แต่กระบวนการทางวิทยาศาสตร์โดยทั่วไปมักจะพยายามแยกสารประกอบต่างๆออกมาเพื่อการทดสอบแบบสารเดี่ยว ซึ่งผลที่ได้อาจไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะสารประกอบหลายชนิดในเห็ดสกัดจะมีการทำงานที่ประสานกัน การตอบสนองของเซลล์มะเร็งต่อสารต่างๆในเห็ดก็แตกต่างกัน ดังนั้นการรับประทานเห็ดหลินจือแดงสกัดย่อมส่งผลที่ดีกว่าการรับประทานสารประกอบแยกเป็นตัวๆ

สปอร์เห็ดหลินจือช่วยต้านมะเร็ง https://thai-reishi.com/สปอร์เห็ดหลินจือช่วยต้/

ก้านเห็ดหลินจือ (Reishi Mycelium)
คือการนำก้านหรือลำต้นของเห็ดมาใช้แทนผงเห็ดหลินจือแดงที่สกัดจากต้นเห็ดที่โตเต็มที่ โดยใช้วิธีนำก้านเห็ดหลินจือมากผสมกับกากถั่วเหลือง ข้าว หรือธัญพืชอื่นๆในเครื่องผสมแบบเหลว หลังจากนั้นจึงทำให้แห้งแล้วบดเป็นผง บรรจุในแคปซูลหรืออัดเม็ด เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากสปอร์เห็ดซึ่งยังไม่มีรายงานวิจัยมากพอที่จะยืนยันได้ว่าประสิทธิภาพจะเทียบเท่ากับสารที่สกัดจากส่วนดอกของเห็ดหลินจือแดง อีกทั้งก้านเห็ดหลินจือส่วนมากมักผ่านกรรมวิธีเพาะปลูกที่มักไม่มีใครสนใจที่จะพัฒนา ผู้ผลิตส่วนมากใช้วิธีการปลูกในโรงเรือนธรรมดา ใช้วัสดุที่มีสารอาหารน้อยเป็นตัวเพาะเลี้ยงเพราะต้องการผลผลิตที่เร็วกว่าและต้นทุนถูกลง แทนที่จะรอให้เห็ดหลินจือแดงเจริญเติบโตเต็มที่

 


ประโยชน์ของเห็ดหลินจือ สรรพคุณสมเป็น “ยาอายุวัฒนะ”

ในเห็ดหลินจือมีสารสำคัญหลายชนิด โดยมีองค์ประกอบหลักคือ

– สารในกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides) มีฤทธิ์เสริมระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเนื้องอก ลดน้ำตาลในเลือด ลดอาการอักเสบ

– สารในกลุ่มไตรเทอร์พีน (Triterpene) ช่วยกำจัดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเซลล์มะเร็งตับ ป้องกันโรคภูมิแพ้ ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด

– สารในกลุ่มนิวคลีโอไทด์ (Nucleotide) ออกฤทธิ์บรรเทาอาการเจ็บปวด ป้องกันลิ่มเลือดแข็งตัวในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส

– สารประกอบเจอมาเนียม (Gemanium) เสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย บำรุงประสาท สมอง หัวใจ กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด

สารสำคัญของเห็ดหลินจือ  https://thai-reishi.com/สารสำคัญในเห็ดหลินจือ/


วิธีรับประทานเห็ดหลินจือป้องกันโรค

1. ดอกเห็ดหลินจือฝานบาง ๆ ประมาณ 2-3 ชิ้น

2. ต้มในน้ำเดือดนาน 10-15 นาที

3. ใช้ดื่มแทนน้ำได้ตลอดเวลา จะช่วยให้สดชื่น เสริมภูมิต้านทาน และไม่เกิดอันตรายต่อสุขภาพ แต่ช่วงเวลาที่ร่างกายจะสามารถดูดซับสารจากเห็ดหลินจือได้ดีที่สุดนั้น ก็คือช่วงเวลาที่ท้องว่าง โดยแนะนำให้ดื่มในช่วงตื่นนอนในตอนเช้า หรือก่อนเข้านอน 1 ชั่วโมง

การต้มเห็ดหลินจือ https://thai-reishi.com/การต้มน้ำเห็ดหลินจือ/

ทั้งนี้ เห็ดหลินจือใช้ทานเพื่อเป็นยา จึงไม่ควรนำไปปรุงร่วมกับอาหารชนิดอื่น แต่หากไม่สะดวกจะนำดอกเห็ดหลินจือมาต้มน้ำดื่มก็สามารถทานเห็ดหลินจือในรูปแบบแคปซูล ชา กาแฟ ซึ่งแปรรูปวางขายอยู่ในท้องตลาดก็ได้เช่นกัน แต่ต้องทานตามปริมาณที่ระบุไว้ในฉลาก และเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัย สามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองและการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ที่ www.fda.moph.go.th


เห็ดหลินจือ มีผลข้างเคียงไหม ?

แม้มีงานวิจัยพบว่า การทานเห็ดหลินจือไม่มีผลข้างเคียงและไม่มีสารตกค้างที่ตับหรือไต แต่ในบางคนอาจมีอาการแพ้เห็ดได้ สังเกตได้จากเมื่อทานเข้าไปแล้วมีอาการปากแห้ง คอแห้ง และอาจมีอาการคัน ผื่นขึ้น เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ปวดท้อง เลือดกำเดาไหล หากมีอาการเช่นนี้ไม่ควรทานเห็ดหลินจืออีก

เห็ดหลินจือ กับข้อควรระวัง ใครไม่ควรทาน !

ยังมีคนบางกลุ่มที่ไม่ควรทานเห็ดหลินจือเลย เพราะอาจทำให้อาการป่วยที่เป็นอยู่รุนแรงกว่าเดิม เช่น

1. สตรีมีครรภ์และแม่ที่ให้นมบุตร เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพียงพอมายืนยันว่า เห็ดหลินจือมีความปลอดภัยต่อสตรีมีครรภ์หรือคุณแม่ที่ให้นมบุตร ดังนั้นเลี่ยงการทานเห็ดหลินจือในช่วงนี้ไปก่อนจะปลอดภัยกว่า

2. คนที่มีความดันโลหิตต่ำ เพราะเห็ดหลินจือมีฤทธิ์ลดความดัน หากผู้ป่วยความดันโลหิตต่ำทานเข้าไป จะทำให้ความดันยิ่งต่ำลงจนเป็นอันตรายได้

3. ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ (Bleeding disorder) หรือผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia) เพราะการทานเห็ดหลินจือในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น

4. ผู้ป่วยที่กำลังจะผ่าตัด เพราะเห็ดหลินจือจะเพิ่มความเสี่ยงอาการเลือดออกมากขึ้น ดังนั้นก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ไม่ควรทานเห็ดหลินจือ

5. ผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิต้านเนื้อเยื่อของตนเอง (Autoimmune Disease) เช่น โรคลูปัส หรือ เอสแอลอี (SLE) หรือ โรคพุ่มพวง ไม่ควรใช้เห็ดหลินจือ โดย นพ.บรรเจิด ตันติวิท ผู้เขียนหนังสือ “หลินจือ กับ ข้าพเจ้า” ระบุว่า นั่นเพราะเห็ดหลินจือจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งภูมิคุ้มกันที่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นนี้จะยิ่งก่อให้เกิดความผิดปกติต่อร่างกายมากขึ้น

6. ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน ไม่ควรทานเห็ดหลินจือ เพราะมีแนวโน้มที่ผลจากเห็ดหลินจือจะเข้าไปลบล้างหรือขัดขวางการบำบัดด้วยยากดภูมิ

นอกจากนี้ผู้ที่รับประทานยาบางชนิด เช่น แอสไพริน, ยาลดการอักเสบ NSAID, ยาต้านการแข็งตัวของเลือด Warfarin และ Heparin ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะเห็ดหลินจืออาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของยาและอาการที่ป่วยอยู่

“เห็ดหลินจือ” เป็นสมุนไพรที่ซ่อนประโยชน์ไว้มากมายจริง ๆ สมกับฉายา “ราชาแห่งสมุนไพร” แต่ถึงกระนั้นเราก็ขอย้ำอีกครั้งว่า ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ก่อนหาซื้อเห็ดหลินจือในรูปแบบต่าง ๆ มาทานเองนะคะ เพราะบางโรค บางอาการ อาจจะมีผลข้างเคียงกับวิธีการรักษาโรคแผนปัจจุบันได้

อาการแพ้เห็ดหลินจือ https://thai-reishi.com/16-อาการแพ้เห็ดหลินจือ/

Posted on

รู้จักกับเห็ดหลินจือ

รู้จักเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือ ชื่อนี้ เชื่อได้ว่าหลายๆคนคงเคยได้ยิน รู้จักหรือทราบเกี่ยวกับเห็ดชนิดนี้กันมาบ้างแล้ว ทั้งในร้านยาจีนโบราณ ร้านขายยา หรือตามสื่อต่างๆ ว่าเป็นเห็ดที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย ซึ่งผู้ใหญ่หลายๆท่านเคยได้ใช้หรือได้ลองรับประทานกันมาบ้างแล้ว และเห็ดหลินจือนั้นใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศจีน วันนี้เรามาทำความรู้จักเห็ดหลินจือให้มากขึ้นกันดีกว่า Continue reading รู้จักกับเห็ดหลินจือ