Posted on

เห็ดหลินจือกับโรคมะเร็ง

เห็ดหลินจือกับโรคมะเร็ง

โรคมะเร็ง
มะเร็งเป็นโรคร้ายที่อันตราย และสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งมี ดังนี้

1. เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมเอื้อให้เป็นมะเร็ง ตรงนี้มักจะพบว่าคนในครอบครัวเดียวกันจะเป็นโรคมะเร็งในกลุ่มเดียวกัน
2. เกิดจากการที่ร่างกายได้รับสารก่อมะเร็ง( carcinogen ) จากสิ่งแวด ล้อม เช่น ควันบุหรี่ แสง UV เชื้อไวรัสบางชนิด เป็นต้น
3. ในร่างกายของคนเราจะเกิดเซลล์มะเร็งขึ้นเองตลอดเวลา แต่ในเวลาเดียวกันร่างกายก็จะมีระบบภูมิคุ้มกันกำจัดเซลล์มะเร็งได้เช่นกัน แต่ถ้าระบบภูมิคุ้มกันกำจัดเซลล์มะเร็งมีปัญหาไม่สามารถกำจัดเซลล์มะเร็งได้ ตรงจุดนี้คือสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็ง

โทษและการดำเนินของโรคมะเร็ง

มะเร็งจะเพิ่มปริมาณเซลล์ของมันอย่างรวดเร็วรวมกันเป็นก้อนเนื้องอก ขยายโตขึ้นไปเรื่อย ๆ และยังสามารถเกาะกินเนื้อเยื่อข้างเคียง ไปจนถึงอวัยวะส่วนอื่นที่อยู่ใกล้ ๆ กัน เช่นในสตรีที่เป็นมะเร็งปากมดลูก มะเร็งสามารถลุกลามไปที่ ช่องคลอด ตัวมดลูก บางครั้งก็ลามไปถึงกระดูกเชิงกราน หรืออาจลามไปที่กระเพาะปัสสาวะ หรือลำไส้ใหญ่ส่วนล่าง และกระจายไปที่อวัยวะไกล ๆ โดยผ่านไปกับหลอดเลือด หลอดน้ำเหลือง ในบางคนเป็นมะเร็งปากมดลูก แต่พบว่ามะเร็งลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดไปโผล่ที่ปอด สมอง ตับ กระดูก อื่นๆ ได้เช่นกัน

การรักษาและป้องกัน มะเร็ง
มะเร็งสามารถรักษาให้หายได้หรือไม่ คำตอบก็คือถ้ารู้ตัวว่าเป็นมะเร็งในระยะเริ่มต้น ก็สามารถรักษาให้หายได้ แต่ถ้าเป็นระยะท้าย ๆ แล้วการรักษาจะยุ่งยากมาก เพราะฉะนั้น ก็อย่าได้ชะล่าใจ เดี่ยวนี้วงการแพทย์สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่ามีอะไรบ้างเป็นสารก่อมะเร็ง เราก็ต้องหลีกเลี่ยง หรือใครที่มีญาติ พี่น้องเป็นมะเร็งกันหลาย ๆ คน ก็ควรไปตรวจดูว่า มันถ่ายทอดพันธุกรรมมาหลบอยู่ในตัวเราบ้างหรือไม่และที่สำคัญ ควรมีการตรวจร่างกายประจำทุกปี

สมัยนี้เขามีวิธีตรวจทางห้องปฏิบัติการหลายอย่าง ที่ช่วยตรวจหามะเร็งระยะเริ่มแรกโดยวิธีการตรวจคัดกรอง ( Screening test ) ช่วยวินิจฉัย และพบว่าถ้าเป็นระยะเริ่มแรกก็สามารถรักษาให้หายขาดได้

เห็ดหลินจือกับโรคมะเร็ง

ปีพ.ศ. 2548 กระทรวงสาธารณสุขเผย คนไทยเสียชีวิตเพราะโรคมะเร็งสูงสุดเป็นอันดับ 1 โดยมียอดผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้กว่า 40,000 ราย รองลงมาได้แก่ อุบัติเหตุและโรคหัวใจ

ส่วนสาเหตุของโรคมะเร็งได้กล่าวไว้ในหัวข้อที่แล้วว่า เกิดได้ 3 ทาง คือ หนึ่งเกิดจากจากทางพันธุกกรรม หรือสองเกิดจากการได้รับสารก่อมะเร็ง และสามเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันเสื่อม

เห็ดหลินจือจัดว่าเป็นสมุนไพรที่ได้รับความสนใจในอันดับต้นๆ จากนักวิจัยทั่วโลก และเรื่องที่มีการวิจัยมากที่สุดก็คือเรื่องของโรคมะเร็ง มีรายงานการวิจัยมากกว่า 100 โครงการที่ได้รับการยอมรับเป็นสากล เปิดเผยผลการค้นพบสารออกฤทธิ์ต่อต้านมะเร็งในเห็ดหลินจือหลายชนิด คือ เบต้าดีกลูแคน ( Beta-D-Glucan ) และสารกลุ่มจำพวก โพลิแซ็กคาไรด์ ( Polysaccharides ) หลายชนิด โดยสารทั้ง 2 ชนิดนี้จะทำหน้าที่กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิด บี-เซลล์ ( B-cells ) และที-เซลล์ ( T-cell) ทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนของสาร สารอิมมูโนโกลบูลิน ( lmmunoglobulin ) และ สารอินเตอร์ลิวคิน ( Interleukins ) ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน โดยจะทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมเช่น เซลล์มะเร็ง หรือสารก่อมะเร็ง และเซลล์ผิดปกติ รวมถึงต่อต้านเชื้อโรคและไวรัส

ที่ประเทศญี่ปุ่นมีการทดลองให้น้ำต้มเห็ดหลินจือ 100 ml ต่อน้ำหนักตัว หนู 1 กก.ที่เป็นมะเร็ง โดยฉีดน้ำเข้าท้องหนูทางปาก พบว่าสามารถหยุดเซลล์มะเร็งได้ถึง 95.6 %และยังทดลองต่อโดยเพิ่มน้ำต้มเห็ดเป็น 500 ml ต่อน้ำหนักตัว หนู 1 กก. พบว่าสามารถหยุดเซลล์มะเร็งได้เพิ่มขึ้นถึง 98.6 %

และที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ปักกิ่งประเทศจีน ได้ทดลองใช้เห็ดหลินจือรักษามะเร็งที่ตับหนูเป็นเวลา 10 วัน พบว่าได้ผลในการหยุดเซลล์มะเร็งได้ 95.6-98.5 % ใกล้เคียงกับการทดลองญี่ปุ่น

สำหรับการใช้เห็ดหลินจือร่วมกับยาชนิดอื่นๆ ก็สามารถใช้ได้โดยไม่ส่งผลเสียในการรักษา มีรายงานในวารสารทางวิชาการได้พูดถึงการใช้เห็ดหลินจือร่วมกับยาอื่นๆ ในการรักษาโรคมะเร็งในไขกระดูก ที่โรงพยาบาลแพทยแผนจีนในเมืองเซี่ยงไฮ้ และการใช้เห็ดหลินจือในผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร

ในประเทศญี่ปุ่น แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานสารสกัดจากเห็ดหลินจือที่เป็นยาสำเร็จรูป โดยแพทย์จะใช้เห็ดหลินจือรักษามะเร็งควบคู่ไปกับยาแผนปัจจุบัน เป็นการเสริมฤทธิ์ยาให้แก่กัน วิธีรักษาแบบนี้เรียกว่า Complementary treatment หมายถึงการรักษาที่สมบูรณ์แบบ 2 ทาง นอก จาก นี้เห็ดหลินจือยังสามารถนำไปใช้ร่วมกันกับยาสมุนไพรตัวอื่นๆ ได้โดยไม่ขัดแย้งกัน

จากผลการศึกษาดังกล่าว พบว่าเห็ดหลินจือสามารถลดภาวะแทรกซ้อนผลข้างเคียงจากการทำเคมีบำบัดที่ใช้รักษามะเร็ง มีทั้งชนิดรับประทาน และชนิดฉีด หรือจากการฉายรังสี เช่น ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง คลื่นไส้ อาเจียน ผมร่วง เป็นต้น พบว่ายาสกัดจากเห็ดหลินจือสามารถช่วยลดภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ได้ ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อาการอ่อนเพลียและเบื่ออาหารจะหายไป อาการคลื่นไส้ อาเจียน ผมร่วง จะลดลงและหายไป และยังพบอีกว่ามีการเพิ่มขึ้นของระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ภาพโดยรวมในการรักษาเป็นที่น่าพอใจ คุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตของผู้ป่วยดีขึ้น

และสำหรับในกรณีที่ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาโรคมะเร็งโดยการผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออก จากการศึกษาโดยให้ผู้ป่วยกินสารสกัดจากเห็ดหลินจือก่อนผ่าตัด และให้กินหลังผ่าตัดเอาก้อนเนื้อร้ายออกไปแล้ว พบว่าสารสกัดจากเห็ดหลินจือ ช่วยให้ผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งฟื้นตัวแข็งแรงสมบูรณ์เร็วขึ้น

ที่ประเทศเกาหลี มีรายงานว่าสามารถใช้สารสกัดจากเห็ดหลินจือรักษาหนูที่เป็นมะเร็ง ( Sarcoma 180 ) จนหายขาดเป็นปกติได้

ในประเทศไทยผู้เขียนมีประสบการณ์ เคยเห็นผู้ป่วยโรคมะเร็งหลายรายใช้เห็ดหลินจือเป็นยาสกัดบรรจุแคปซูล รักษาโรคมะเร็งร่วมกับยาแผนปัจจุบัน โดยการทำเคมีบำบัด เป็นการรักษาที่เรียกว่าComplementary treatment พบว่าผู้ป่วยอาการดีขึ้นจนหายเป็นปกติ ตรงกับผลการศึกษา ของญี่ปุ่นและจีน สำหรับขนาดการใช้ก็ให้เปิดอ่านหน้า 25 ซึ่งผู้เขียนได้ขออนุญาตเอ่ยนามชื่อผู้ป่วยเพื่อเป็นหลักฐานทางวิชาการให้แก่ผู้ป่วยรายอื่นได้ศึกษาต่อไป รายแรกคือคุณจริยา ลิ้มพิมพ์เพราะ อายุ 48 ปี ป่วยเป็นมะเร็งที่ปีกมดลูก รายที่สองคือ คุณนวลจันทร์ แก้วมงคล อายุ 52 ปี ป่วยเป็นมะเร็งที่ต่อมน้ำเหลือง รายละเอียดทั้ง 2 ท่านนี้ได้ถูกบันทึกไว้เป็นหลักฐานทางวิชาการสำหรับท่านที่สนใจสามารถสืบค้นได้ในหัวข้อเอกสารอ้างอิงหน้า 72 ข้อ 1

บทสรุป เห็ดหลินจือ นับเป็นสมุนไพรที่มีผลงานวิจัยต่อเนื่องมากที่สุดในอับดับต้นๆ ของโลก ในเรื่องของโรคมะเร็ง และเป็นสมุนไพรที่ได้รับการยอมรับว่า มีคุณสมบัติทางชีวภาพและเภสัชวิทยา ที่กว้างขวาง คือ ต่อต้านมะเร็ง ปรับระบบภูมิคุ้มกัน ต้านออกซิเดชั่น และกำจัดอนุมูลอิสระ กลุ่มสารที่มีบทบาทสำคัญต่อคุณสมบัติดังกล่าวคือ “ โพลิแซ็กคาไรด์ ”

ส่วนในคนที่ไม่ได้เป็นมะเร็ง สนับสนุนให้ใช้เห็ดหลินจือบำรุงร่างกายเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและต่อต้านมะเร็ง ( Cancerchemoprevention )

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.lingzhibook.com/02book1.htm