Posted on

เห็ดหลินจือกับระบบภูมิคุ้มกันโรค

เห็ดหลินจือกับระบบภูมิคุ้มกันโรค

ที่สุดของการมีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วยง่าย ก็คือ การมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี ภูมิคุ้มกันที่ดี คือ แสงสว่างที่มองเห็นอยู่ปลายอุโมงค์ มันคือที่มาของการมีสุขภาพดี การที่คนเราป่วยและต้องกินยา

รักษา ตรงนี้คือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ทำอย่างไรถึงจะไม่ป่วย ใช้อะไร วิธีไหน คำตอบก็คือ การมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี ตรงจุดนี้สำคัญมาก หลายคนถามว่าทำอย่างไรถึงจะมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี คำตอบก็คือ โดยวิธีบำรุงรักษา
การมีสุขภาพที่ดีถ้าจะเปรียบเทียบให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น มันก็เหมือนกับเครื่องยนต์ของรถที่ต้องมีการบำรุงรักษา เพื่อให้เครื่องยนต์เสื่อมชำรุดช้าที่สุด แต่ถ้าเจ้าของรถ ไม่บำรุงรักษา เอาแต่ใช้งานอย่างเดียว ในที่สุดเครื่องยนต์ของรถ ก็จะเสื่อมชำรุดเสียเร็วกว่ากำหนด ตรงจุดนี้จะเห็นได้ว่าที่สุดของการมีสุขภาพที่ดีก็คือการรู้จักบำรุงรักษาตัวเอง

ระบบภูมิคุ้มกัน ( Immune system ) คืออะไร คำตอบก็คือเป็นกลไกลอย่างหนึ่งในร่างกาย ที่ติดตัวเรามาตามธรรมชาติ โดยมีหน้าที่หลัก กำจัดเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เซลล์มะเร็ง สารก่อมะเร็ง เซลล์ที่มีอายุมาก หรือสิ่งอื่น ๆ ที่อาจให้โทษต่อร่างกาย สิ่งเหล่านี้จะถูกระบบภูมิคุ้มกันกำจัดและทำลาย

 

ภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นได้อย่างไร

ปกติภูมิคุ้มกันจะติดตัวเรามาเองโดยธรรมชาติตั้งแต่แรกเกิด ส่วนที่จะมาสร้างเพิ่มขึ้นเองภายหลัง อวัยวะที่เป็นตัวสร้างภูมิคุ้มกันได้แก่ ไขกระดูก ตับ ต่อมธัยมัส ม้าม ต่อมน้ำเหลืองต่างๆ และเซลล์เม็ดเลือดขาวทุกชนิด

นอกจากนี้ยังมีสารอีกหลายชนิดที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อส่งเสริม ระบบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ดีและสมบรูณ์ยิ่งขึ้นสารนั้นมีชื่อ

เรียกว่า สารอิมมูโนโกลมูลิน ( Immunoglobulin ) และ สารอินเตอร์ลิวคิน (Interleukin) ซึ่งเป็นแอนตี้บอดี้ในการต่อต้านเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม และมีบทบาทสำคัญยิ่งถ้าร่างกายสามารถผลิตสารทั้ง 2 ชนิดนี้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา

เพราะฉะนั้นถ้าระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง ร่างกายก็จะไม่เจ็บป่วยง่าย ถึงจะมีการเจ็บป่วยบ้างก็จะหายเร็ว ฟื้นตัวเร็วขึ้น ด้วยเหตุผลนี้ไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมบางคนไม่เคยเห็นเจ็บป่วยเป็นอะไรเลยจนแก่ชรา แต่กับอีกบางคนเดี๋ยวเห็นป่วยเป็นโน้นป่วยเป็นนี้กันทั้งปีทั้งชาติ ตรงจุดนี้คำตอบก็คือ ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เมื่อเป็นอย่างนี้จะทำอย่างไรให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง คำตอบจะอยู่ในหัวข้อต่อไป

เห็ดหลินจือกับภูมิคุ้มกันโรค

เมื่อหัวข้อที่แล้วได้มีการพูดถึง ทำไมบางคนไม่เคยเห็นเจ็บป่วยเป็นอะไรเลยจนแก่ชรา แต่กับอีกบางคนเดี๋ยวเห็นป่วยเป็นโน้นป่วยเป็นนี้กันทั้งปีทั้งชาติ ตรงจุดนี้คำตอบก็คือ อยู่ที่ระบบภูมิคุ้มกัน

จากความเชื่อของบรรพบุรุษ ที่ใช้เห็ดหลินจือเป็นยาอายุวัฒนะ และรักษาโรคต่างๆมานานกว่า 2,000 ปี ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า เพราะเหตุใดคนที่กินเห็ดหลินจือส่วนใหญ่จะมีสุขภาพที่แข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย และอายุยืนยาว

ในที่สุดความลับ สรรพคุณทางยาของเห็ดหลินจือ ก็ถูกเปิดเผยโดยวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย พบว่าภายในเห็ดหลินจือมีสารสำคัญทางยา เพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย สารดังกล่าวคือ กลุ่มสารโพลีแซ็กคาไรค์ ( Polysaccharides )

ซึ่งสารกลุ่มนี้จะมีหลายชนิด จะออกฤทธิ์รวมกัน เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันโดยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด บีเซลล์ ( B-cells ) และ ที-เซลล์ (T-cells) ส่งผลให้มีการเพิ่มขึ้นของ สารอิมมูโนโกลบูลิน (Immunoglobulin) และสารอินเตอร์ลิวคิน ( Interleukin) ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิดนี้ได้พูดไว้ในหัวข้อที่แล้วว่า ถ้าร่างกายสามารถผลิตสาร 2 ชนิดนี้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา จะมีผลทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานมีประสิทธิภาพที่ดีและแข็งแรงเพิ่มขึ้น

ซึ่งจากการที่ได้ทดลองพบว่ามีการเพิ่มขึ้นของสารดังกล่าวนอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันได้แล้ว ยังพบอีกว่าระบบภูมิคุ้มกันดังกล่าวสามารถต่อต้านไวรัส ( Antivirus ) และต่อต้านเซลล์มะเร็งโดยวิธี ผ่านทางกลไกของระบบภูมิคุ้มกันและยังป้องกันการเกิดมะเร็ง( Cancerchemoprevention ) เนื่องจากเห็ดหลินจือแสดงฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านอ๊อกซิเดชั่นและกำจัดอนุมูลอิสระ

รวมถึงยังแสดงฤทธิ์ต่อต้าน การถูกกดภูมิคุ้มกัน ที่เกิดจากการใช้ยาหลายชนิด เช่นยารักษาโรคมะเร็งบางตัว พวกเคมีบำบัด และยังปกป้องเซลล์ไขกระดูกที่ได้รับรังสีแกมม่า และรังสีโคบอล 60 สารกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญก็คือกลุ่มสาร “ โพลิแซ็กคาไรค์ ” ( Polysaccharides )

นอกจากนี้ยังพบอีกว่าในผู้ป่วยด้วยโรคระบบภูมิคุ้มกับบกพร่อง เห็ดหลินจือมีสารสำคัญทางยาหลายชนิดที่แสดงฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัส HIV ได้ โดยกลุ่มสารดังกล่าวจะไปแสดงฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส HIV ในขั้นตอนของเอนไซม์โปรติเอส

และกลุ่มสารที่แสดงฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัส HIV คือ กลุ่มสารไตรเทอร์ปินนอยด์ชนิดขม ( Bitter Triterpenoids ) หลายชนิดได้แก่ beta ganoderic acid , lucidumol B, ganodermanondiol ,ganodermanontriol , และ ganolucidic acid A

สรุป เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าเห็ดหลินจือเป็นสมุนไพร ที่มีคุณสมบัติทางชีวภาพ และมีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาที่กว้างขวาง เป็นสมุนไพรที่ได้รับการยอมรับ และมีผลการศึกษาที่มีวิทยาศาสตร์รองรับสารสำคัญทางยา ที่ใช้รักษาโรคต่างๆได้อย่างมากมายนับเป็นสมุนไพรที่ทรงคุณค่าแก่การใช้ และเป็นมรดกทางยาที่บรรพบุรุษได้ศึกษาไว้ใช้กันมานานกว่า 2,000 ปี และยังคงใช้ต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน