Posted on

คําถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเห็ดหลินจือ

คําถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเห็ดหลินจือ
สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาคลายความสงสัยเกี่ยวกับเห็ดหลินจือ โดยเรารวบรวมคำถามที่เจอบ่อยเกี่ยวกับเห็ดหลินจือมาให้อ่านกันค่ะ

1.ใน 1 กล่อง มีกี่แคปซูล 1 แคปซูลประกอบอะไรบ้าง?
ตอบ 1 กล่องมีเห็ดหลินจือ 30 แคปซูล ใน 1 แคปซูล มีเห็ดหลินจือแดงสกัด 377 มิลิกรัม ซึ่งเป็นเห็นหลินจือแดงล้วนๆ 100%

2. สามารถทานเห็ดหลินจือแดงสกัดคู่กับยาคุณหมอได้หรือไม่?
ตอบ สามารถทานคู่กับยาคุณหมอได้คะ แนะนําให้ทานเห็ดหลินจือแดงวันละ 1 แคปซูล ก่อนนอน

3. ทานเห็ดหลินจือแดงสกัดติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะมีผลข้างเคียงหรือเกิดการสะสม หรือไม่?
ตอบ เห็ดหลินจือแดงเป็นยาอายุวัฒนะที่ใช้กันมานาน ดังนั้นจึงไม่มี ผลเสียข้างเคียงและไม่เป็นอันตราย สามารถทานระยะยาวได้คะ

4. ทานเห็ดหลินจือแดงนานแค่ไหนถึงจะเห็นผล?
ตอบ หลังจากการทานเห็ดหลินจือแดงประมาณ 1 เดือนให้ท่านลองสังเกตด้วยตนเองหรือ ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลดู เมื่อรับประทานเห็ดหลินจือแดง ไปประมาณ 1 เดือน สุขภาพจะดีขึ้น แต่ระยะเวลาต้องขึ้นอยู่ กับภูมิต้านทาน สภาพร่างกาย ของแต่ละบุคคลและการควบคุมอาหารด้วยคะ

5. ทานเห็ดหลินจือแดง แล้วมีอาการปวดหัว ตัวร้อน มึนหัว หรือมีผดผื่นขึ้น เป็นไข้ ต้องทําอย่างไร?
ตอบ อาการเหล่านี้เรียกว่าอาการขับพิษจากการทานเห็ดหลินจือ เป็นการโต้ตอบของโรคกับเห็ดหลินจือแดง ซึ่งจะเป็นเฉพาะแรกๆ จะมีอาการอยู่ประมาณ 3-5 วัน แล้วอาการเหล่านั้นจะหายไปเองไม่เป็นอันตรายคะ

6. คนเป็นโรคเบาหวานต้องทานยังไงคะ?
ตอบ ทานวันละ 1 แคปซูลก่อนนอน ก็พอค่ะ

7. ใครบ้างที่ไม่ควรรับประทานเห็ดหลินจือ?
ตอบ สำหรับคนที่ไม่เหมาะที่จะทานเห็ด จะเป็นคนในกลุ่มที่เป็นโรคเหล่านี้ค่ะ
1. สตรีมีครรภ์และแม่ที่ให้นมบุตร
2. คนที่มีความดันโลหิตต่ำ
3. ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ
4. ผู้ป่วยที่กำลังจะผ่าตัด
5. ผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิต้านเนื้อเยื่อของตนเอง (Autoimmune Disease) เช่น โรคลูปัส หรือ เอสแอลอี (SLE) หรือ โรคพุ่มพวง
6. ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน

8. เห็ดหลินจือที่นิยมส่วนใหญ่ เป็นเห็ดหลินจือชนิดใด?
ตอบ เป็นเห็ดหลินจือแดงสกัด100%

9. เห็ดหลินจือแดง สามารถรักษาโรคได้จริงหรือไม่?
ตอบ จริงๆแล้วเห็ดหลินจือแดงใช้เพื่อบำรุงร่างกาย ให้แข็งแรงและลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่นมะเร็ง เบาหวาน ซึ่งผลที่ได้จากการทานเห็ดหลินจือ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ซึ่งท่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ https://thai-reishi.com/เห็ดหลินจือรักษาโรคได้/

10. เห็ดหลินจือ สามารถช่วยดูแลร่างหายในเรื่องใดบ้าง
*ยับยั้งเบาหวาน ความดันโลหิต
*ต่อต้านเนื้องอกและบําบัดมะเร็ง
*บำรุงฟื้นฟูไต บํารุงตับ บํารุงปอด
*บำรุงหัวใจ บํารุงเลือด
*เสริมสร้างภูมิต้านทานโรค
*ปรับภูมิคุ้มกันให้ปกติ
*ขับสารพิษในร่างกาย การขับพิษด้วยเห็ดหลินจือ

11. ไม่ทราบว่าอาการข้างเคียงการทานเห็ดหลินจือนาน 3-6 เดือนเกิดขึ้นกับทุกคนหรือไม่

อาการข้างเคียงจากการใช้สมุนไพรไม่จำเป็นว่าต้องเกิดกับทุกคนค่ะ อาจจะมีความรุนแรงมากน้อยต่างกัน แต่สำหรับผู้มีอาการข้างเคียงจากการใช้อย่างรุนแรงหรือส่งผลต่อการดำเนินชีวิต ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้ค่ะ

12. ถ้าเกิดอาการข้างเคียงต้องหยุดทานตลอดไปหรือหยุดประมาณกี่วันจึงจะสามารถกลับมาทานใหม่ได้หรือไม่

ดังที่กล่าวไปข้างต้น หากใช้แล้วมีอาการข้างเคียงที่อย่างรุนแรงหรือส่งผลต่อการดำเนินชีวิต ก็ไม่ควรใช้

13.แล้วถ้าคนที่ไม่มีอาการข้างเคียงสามารถทานได้ตลอดไปมั้ยคะ หรือต้องมีการหยุดพักกี่วันถึงจะเริ่มต้นทานใหม่ได้หรือไม่

หากเป็นการรับประทานในขนาดที่ไม่เข้มข้นมาก หรือทานในรูปแบบที่เป็นอาหารหรือเครื่องดื่มก็สามารถทานได้ค่ะ แต่หากใช้ในรูปแบบของสารสกัดที่เข้มข้น ควรศึกษาวิธีการใช้และข้อควรระวังที่ระบุในเอกสารกำกับการใช้ให้ดี โดยปกติไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาหรือสมุนไพร หากไม่มีการระบุการใช้ว่าต้องใช้อย่างต่อเนื่องนานเท่าไร ก็ควรใช้เมื่อมีอาการเท่านั้น เมื่อหายแล้วก็ควรหยุดใช้ทันที หรือถ้าเป็นสมุนไพรก็ควรมีช่วงหยุดพักการใช้ เช่น อาจจะใช้ 1 เดือน แล้วเว้น 1 เดือน ทั้งนี้ต้องแล้วแต่ความเหมาะสม

14.เห็ดหลินจือสกัดด้วยเอทานอลหรือสกัดร้อนมีคุณภาพดีกว่ากันคะ และผลข้างเคียงอย่างไหนมีน้อยกว่ากัน

การสกัดเห็ดหลินจือด้วยตัวทำละลายในกลุ่มแอลกอฮอล์ เช่น เมทานอล เอทานอล สารที่ได้ส่วนใหญ่จะเป็นสารในกลุ่ม phenolics และสารในกลุ่ม triterpenoids ส่วนการสกัดเห็ดหลินจือด้วยน้ำร้อน (เข้าใจว่าสกัดร้อนหมายถึงการสกัดด้วยน้ำร้อน) สารที่ได้ส่วนใหญ่จะเป็นสารในกลุ่ม polysaccharides ซึ่งสารทั้ง 2 กลุ่มนี้ก็มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาดีทั้งคู่ ประสิทธิภาพน่าขึ้นอยู่กับปริมาณสารสำคัญและขั้นตอนที่ใช้สกัดมากกว่าค่ะ
เกี่ยวกับสารสำคัญในเห็ดหลินจือ พบว่าสารทั้ง 3 กลุ่ม มีฤทธิ์เด่นในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง ต่อต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง มีความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง รวมทั้งมีฤทธิ์ปกป้องตับจากสารพิษ ซึ่งสารในกลุ่ม polysaccharides ค่อนข้างจะโดดเด่นในแง่ของฤทธิ์ปรับภูมิคุ้มกัน นั่นคือจะมีทั้งฤทธิ์กระตุ้นภูมิต้านทาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่ร่างกายอ่อนแอ และมีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่ร่างกายมีภาวะภูมิคุ้มกันไวเกิน หรือโรคออโตอิมมูน นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด และมีฤทธิ์ต้านไวรัสด้วย ในขณะที่สารในกลุ่ม triterpenoids จะโดดเด่นในแง่ของฤทธิ์ลดความดันโลหิต ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด และลดไขมันในเลือด 

15.เห็ดหลินจือที่เกิดขึ้นตามป่าเขา สามารถนำมาทานได้หรือเปล่า?

เป็นคำถามคาใจของใครหลาย ๆ คนอย่างมากเลยล่ะครับ เพราะเห็ดหลินจือนั้นไม่มั่นใจเลยว่าจะต้องทานแบบผ่านกรรมวิธีต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว หรือสามารถเด็ดจากในป่ามาทานได้เลย แบบไหนจะคงคุณภาพและสาระสำคัญไว้ได้มากกว่ากัน ซึ่งตรงนี้บอกเลยว่า เห็ดหลินจือที่ขึ้นในป่า ขึ้นบนขอนไม้นั้นอาจไม่ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์อย่างที่คิด

ซึ่งถ้าจะให้ดีควร ทานเห็ดหลินจือ ที่ปลูกในฟาร์มด้วยระบบปิดที่มีการวิจัย และพัฒนาแล้วว่าเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเห็ดหลินจือจริง ๆ มีการควบคุมสภาวะต่าง ๆ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เช่น แสงแดด ความชื้น และอุณหภูมิที่เหมาะสม รวมทั้งมีการควบคุมปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่ให้มีมากจนเกินไป ทำให้เห็ดหลินจือเติบโตขึ้นภายใต้สภาวะที่เหมาะสม และมีปริมาณสารออกฤทธิ์ที่สูงกว่าเห็ดหลินจือที่เติบโตเองตามธรรมชาติ

นอกจากนี้การเลือกซื้อเห็ดหลินจือที่ดีนั้นต้องคัดเลือกจากเห็ดที่มีการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ มีการควบคุมการเพาะปลูกด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีกระบวนการผลิตที่โดดเด่น ได้มาตรฐาน ได้รับการรับรองจากสากลเพื่อเป็นหลักประกันในด้านคุณภาพ และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค

อีกทั้งถ้ามีการรับรองประสิทธิภาพของเห็ดหลินจือก็จะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่า จะสามารถทานเห็ดหลินจือได้อย่างมีประโยชน์ต่อสุขภาพจริง ๆ เพราะเห็ดหลินจือมีราคาที่ค่อนข้างแพง แต่ก็คุ้มค่ากับการลงทุน และใช้ในการดูแลสุขภาพ

และสุดท้ายต้องไม่ลืมเรื่องความปลอดภัย เพราะเห็ดหลินจือเป็นอาหารที่เราต้องรับประทานเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องสะอาด มั่นใจได้ว่าจะไม่ทำให้เกิดโรค และผลข้างเคียงต่าง ๆ ตามมา